มารยาทไทย อยู่ที่ไหนก็งดงาม (2)
ต่อกันจากบทความที่แล้วในเรื่องมารยาทไทยค่ะ

มารยาทในการยืน :   
     การยืนต่อหน้าผู้ใหญ่หรือพระสงฆ์ โดยทั่วไปต้องยืนสำรวม กล่าวคือ ยืนเฉียงไปทางซ้าย หรือขวาของผู้ใหญ่ ยืนตรง ขาทั้งสองชิดกัน ถ้าเป็นชายยืนปลายเท้าห่างกันประมาณหนึ่งคืบ หญิงยืนให้ปลายเท้าทั้งสองชิดกัน แขนแนบข้างตัวทั้งสองข้าง ไม่เกร็ง หรือจะประสานมือ หรือประกบมือก็ได้
 
การประสานมือหรือประสานนิ้ว คือ การสอดนิ้วมือเข้าหากันทั้งสองข้าง ไม่หงายมือหรือควํ่ามือจนเกินไป ยกมือที่ประสานขึ้นเกือบถึงระดับเอว และไม่ห้อยตํ่าระหว่างใต้ท้องน้อย ไม่กางข้อศอกและ ไม่บีบข้อศอก
 
การประกบมือ คือ การหงายมือข้างหนึ่ง และควํ่ามือข้างหนึ่ง เช่น มือซ้ายหงาย มือขวาควํ่าหรือ มือขวาหงาย มือซ้ายควํ่า ตามความถนัดของแต่ละบุคคล ยกมือที่ประกบกันขึ้นเกือบถึงระดับเอวและไม่ทิ้งตํ่าลงจนอยู่ระหว่างใต้ท้องน้อย ไม่กางหรือบีบข้อศอกจนเกินไป

การเดิน :  
     ตามปกติทุกคนจะเดินตามถนัดของตนที่ได้รับการ,ฝึกฝนมาตั้งแต่เล็กแม้ว่าจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาของแต่ละคน แต่การเดินที่ถูกต้องควรเดินอย่างสุภาพ หลังตรงช่วงก้าวไม่ยาวหรือสั้นเกินไป ไม่ควรขย่มตัวเวลาเดิน แกว่งแขนพองาม ถ้าเป็นผู้หญิงควรระมัดระวังเรื่องสะโพก ไม่ยักย้ายจนดูน่าเกลียด

มารยาทในการสนทนา :
     การสนทนา เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด การแสดงความคิดเห็น โดยการพูดคุยโต้ตอบกัน การสนทนาจึงเป็นสื่อกลางที่ทำให้มนุษย์รับรู้ เข้าใจ ซึ่งกันและกัน
    
มารยาทในการสนทนาระหว่างบุคคลที่ถูกต้อง
๑. พูดสนทนาด้วยภาษาสุภาพ และลงท้ายด้วยหางเสียง ครับ/ค่ะ
๒. หลีกเลี่ยงการพูดในเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ฟัง
๓. พูดตรงประเด็น จริงใจ
๔.ขณะที่สนทนา สายตาควรมองไปที่ผู้ฟัง เนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความสนใจ
๕. ไม่เป็นผู้พูดแต่ฝ่ายเดียว ควรเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้แสดงความคิดเห็นด้วย
 
การปฏิบัติตนในการสนทนา
๑. ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวกับมารยาทในการสนทนา
๒. ปฏิบัติตนในการสนทนาได้อย่างเหมาะสม
๓. สนทนาด้วยความจริงใจ
๔. ขณะสนทนากับผู้อื่นควรแสดงความเคารพด้วยการตั้งใจฟัง 

มารยาทในการแต่งกาย :
     การแต่งกายของคนเรามีหลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับความชอบ รสนิยม โอกาส และสถานที่ ซึ่งควรคำนึงถึงมารยาทถึงการแต่งกายให้ถูกต้องตามกาลเทศะ อีกทั้งการแต่งกายเป็นสิ่งที่แสดงบุคลิกภาพของบุคคล
 
มารยาทในการแต่งกายที่ถูกต้อง
๑. สวมเครื่องแต่งกายโดยคำนึงถึงโอกาส สถานที่และบุคคลที่เราต้องไปพบ                               
๒. สวมเสื้อผ้าที่เรียบร้อยและไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง                                                             
๓. แต่งกายมิดชิด ไม่เปิดเผยส่วนของร่างกายจนเกินไป 
 
การมีสัมมาคารวะ
     สัมมาคารวะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเคารพ นอบน้อมทั้งทางกาย วาจา และใจต่อผู้อื่นรวมถึงการมีมารยาท และปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง

ลักษณะของผู้ที่มีสัมมาคารวะ
๑. มีความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้อื่น
๒. เคารพและให้เกียรติผู้อื่นอยู่เสมอ
๓. มีมารยาททั้งกาย วาจา ใจ
๔. ประพฤติปฏิบัติให้เหมาะกับกาลเทศะ
๕. ไม่แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทั้งต่อหน้าและลับหลังผู้อื่น